ด้านมาตรการส่งเสริม กำกับติดตาม และการควบคุมดูแลรถบริการสาธารณะ

ด้านมาตรการส่งเสริม กำกับติดตาม และการควบคุมดูแลรถบริการสาธารณะ (13 มาตรการ)

  1. มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการจัดทีมตรวจสภาพรถทั้งหมด 16 ชุด เพิ่มชุดตรวจเป็น 25 ชุด เพื่อตรวจรถโดยสารควันดำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตรวจรถโดยสาร ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้แล้วเสร็จในเวลา 2 วันทำการ (15–16 มกราคม 2562) โดยต้องไม่มีรถโดยสาร ขสมก. ที่มีควันดำวิ่งเด็ดขาด และขอความร่วมมือภาคเอกชนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศดำเนินการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ก่อนรอบอายุกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาควันดำทันที <แล้วเสร็จ> 
  2. มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2562 ตั้งด่านตรวจตามจุดเสี่ยงมลพิษสูง จำนวน 6 จุด รอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เน้นตรวจรถโดยสาร ไม่ประจำทาง รถทัศนาจรหรือรถรับ – ส่งพนักงาน (รถหมวด 30) และรถบรรทุกในเขตจังหวัดรอยต่อกรุงเทพฯ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ <แล้วเสร็จ>
  3. มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตรวจรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ขสมก. และบริษัท ขนส่ง (บขส.) บริเวณอู่รามฯ 2 และรถหมวด 4 ในพื้นที่เขตสายไหม ตรวจรถโดยสาร ขสมก. ในเส้นทางที่ให้บริการขณะวิ่งให้บริการบนถนน เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น สำหรับรถที่ตรวจพบค่าควันดำต่ำกว่ามาตรฐาน จะมีพนักงานพ่นสีห้ามใช้และนำไปปรับปรุงโดยต้องผ่านการตรวจสอบจาก ขบ. และได้รับอนุญาตก่อนจึงจะนำกลับมาใช้งานได้ และให้ปรับเกณฑ์การตรวจสอบสภาพรถของ ขสมก. จาก 45% ตามที่กฎหมายกำหนด ให้เหลือไม่เกิน 30% สำหรับนโยบายการเปลี่ยนรถโดยสารธรรมดา
  4. มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดกับการตรวจสภาพรถของ ตรอ. และประสาน บก.จร. พิจารณาลงโทษรถยนต์ ที่มีควันดำในอัตราโทษสูงสุด รวมทั้งตรวจสอบร้านค้าที่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ดีเซล และติดตั้งปุ่มเปิด-ปิดการปล่อยควันดำบริเวณ ถ.บรมราชชนนี
  5. มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบควันดำของรถบรรทุกเข้า-ออกสถานีขนส่งสินค้าและ ICD ลาดกระบัง
  6. มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ควบคุมไม่ให้รถบรรทุกที่มีควันดำออกจากท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง อย่างเคร่งครัด โดยให้กรมการขนส่งทางบกจัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยบริเวณทางเข้า-ออกท่าเรือดังกล่าว รวมทั้งให้พิจารณาหาแนวทางมาตรการควบคุมไม่ให้รถบรรทุกที่ไมติดตั้ง Twist Lock ผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษด้วย
  7. มอบหมายให้กรมเจ้าท่า ประสานผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำตรวจสอบการใช้เครื่องยนต์เรือโดยสารในคลองแสนแสบ แม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำที่สำคัญ และตรวจสอบเข้มงวดค่าปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 มิให้เกินค่ามาตรฐาน
  8. มอบหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย ตรวจสอบความเข้มข้นของค่าฝุ่นละอองที่เกิดจากเครื่องยนต์หัวรถจักรดีเซลราง รวมทั้งปรับแก้สภาพเครื่องยนต์มิให้สร้างมลพิษทางอากาศเป็นการเร่งด่วน
  9. มอบหมายให้ ขสมก. ดำเนินการปรับใช้เครื่องยนต์น้ำมัน B20 เพื่อลดมลพิษ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2562จำนวน 815 คัน และเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ก.พ. 2562 จำนวน 1,260 คัน รวม 2,075 คัน และให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันก่อนรอบปกติ เร่งประสานขอรับ รถ NGV ส่วนที่เหลือ 189 คัน รวมถึงเร่งดำเนินการจัดหารถ ที่ใช้พลังงานสะอาด 2,188 คัน ประกอบด้วย รถโดยสาร NGV รถไฮบริด และรถไฟฟ้า (EV) เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป
  10. มอบหมายให้กรมเจ้าท่า ประสานผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำปรับปรุงเครื่องยนต์เรือโดยสาร ให้สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล B20 เพื่อลดฝุ่นละออกอย่างยั่งยืนต่อไป
  11. มอบหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งรัดการใช้น้ำมัน B10 ในรถดีเซลราง และหารือ ปตท. ในการปรับใช้หัวลากเป็น B20 ในอนาคตโดยเร็ว
  12. ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมงดใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วกับเครื่องจักรในโครงการก่อสร้าง รถโดยสาร รถที่เป็นคู่สัญญา
  13. มอบหมายให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรณรงค์และขอความร่วมมือเพื่อลดมลพิษ ผ่านป้าย VMS ด้วยข้อความ “รถทุกคันโปรดตรวจสภาพรถ ช่วยลดมลพิษในอากาศ”