มาตรการรับมือปาบึก

มาตรการ/แผนงานรองรับ เพื่อป้องกัน และเผชิญเหตุการณ์
พายุโซนร้อน “ปาบึก”เข้าบริเวณภาคใต้
ระหว่าง วันที่ 3 – 5 มกราคม 2562

ข้อมูลทั่วไป เป็นพายุดีเปรสชัน พบที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 256 และได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน พายุปาบึก (PABUK) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2562 แล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศใต้ค่อนทางตะวันตกเล็กน้อยอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
กระทรวงคมนาคมได้เตรียมความพร้อมทั้งหน่วยงาน ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางรางตามมาตรการ ดังนี้

มาตรการทางบก

กรมทางหลวง (ทล.)
กรมทางหลวงมีแผนการเตรียมความพร้อมสำหรับการเตรียมการป้องกันปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน อยู่แล้ว โดยสามารถนำมากำหนดเป็นมาตรการ ดังนี

ค้นหา

กรมทางหลวงชนบท (ทช.)
กรมทางหลวงชนบทได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ รองรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปลาบึก โดยติดตามสถานการณ์ การเคลื่อนตัวของพายุ รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร ป้ายเตือนต่างๆ และสะพานเบลีย์ พร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือได้ทันที ที่ผ่านมา ทช. ได้สั่งการให้ทุกหน่วย เตรียม ความพร้อม ดังนี้
1. ก่อนเกิดเหตุ (Preparation)
1.1 ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ พร้อมทั้งจัดชุดลาดตระเวนเส้นทางที่มีความเสี่ยง กรณีเกิดเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และมีต้นไม้ล้มบนเส้นทางหลวงชนบท ให้เข้าดำเนินการเคลียร์ เส้นทางโดยเร็ว
1.2 เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และตรวจสอบพื้นที่เพื่อป้องกันทางหลวงชนบทในความรับผิดชอบ (Prevention) โดยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง/พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ หรือเคยได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติที่ผ่านมา รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแกร่งของถนนและสะพาน
1.3 เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ อาทิเช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือ เครื่องจักรกล ป้ายเตือน ต่าง ๆ

นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าไว้ประสานงาน ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงาน ในพื้นที่อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์

2. เมื่อเกิดเหตุ ให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบอุทกภัยให้กับผู้บริหารจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์จะดำเนินการดังนี้
2.1 กรณีน้ำท่วมสูง ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่มีน้าท่วม เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง ติดตั้งหลักนำทางกำหนดขอบเขตการจราจร
2.2 กรณีถนน/สะพานขาด เร่งดำเนินการติดตั้งสะพานแบรี่เชื่อมทาง หรือดำเนินการถมวัสดุ เชื่อมเส้นทางเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางในการสัญจรได้โดยเร็ว
2.3 กรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ปิดทับเส้นทาง ดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าเกลี่ยดิน ออกจากเส้นทาง ให้สัญจรโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการสัญจร
2.4 กรณีประชาชนเข้าที่พกอาศัยไม่ได้ จะจัดรถบรรทุกไว้ให้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

3. หลังน้ำลด
หากเส้นทางชำรุดเสียหายจะเข้าซ่อมแซมชั่วคราวให้ประชาชนสัญจรได้ภายใน 7 วัน และสำรวจ ออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ ฟื้นฟู ให้เข้าสู่สภ าพปกติ ซึ่งจะบูรณ าการร่วมกับหน่วยงานอื่น ในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
ขบ. ขอส่งมาตรการ/แผนงานรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติเนื่องจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ในบริเวณพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ดังนี้
1. แจ้งสำนักงานขนส่งจังหวัดภาคใต้ทุกแห่งให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมอบหมายขนส่งจังหวัดเป็นผู้แทนหลักในจังหวัด สำหรับประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีมีการปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ หรือเส้นทางรถไฟขาด พร้อมกำหนดแผนการเดินรถรองรับการเดินทางเพื่อรับผู้โดยสารไปส่งที่จุดหมายปลายทาง อพยพประชาชนหรือลำเลียงอุปกรณ์ช่วยเหลือกู้ภัย อย่างปลอดภัย
2. ประสานผู้ประกอบการรถโดยสารให้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ ศึกษาเส้นทางสำรอง กรณีน้ำท่วมเส้นทางหลัก รวมทั้งพิจารณาปรับแผนการเดินรถ เลือกใช้รถโดยสารที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับสภาพทางที่ถูกน้ำท่วมขัง ทั้งเส้นทางระหว่างจังหวัดและเส้นทางในจังหวัด
3. ประสานผู้ประกอบการรถบรรทุกเตรียมความพร้อม จัดเตรียมรถบรรทุกขนาดใหญ่ สำหรับกรณีที่มีน้ำท่วมขังเป็นระดับสูงและมีความจำเป็นจะต้องใช้รถบรรทุกแทนรถโดยสารในการขนส่งผู้โดยสารหรืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่
ทั้งนี้ ขบ. ส่วนกลางจะได้ติดตามสถานการณ์การดำเนินงานในกลุ่มจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิดต่อไป

มาตรการทางน้ำ

กรมเจ้าท่า (จท.)
1. เจ้าท่าภุมิภาคสาขาชายฝั่งทะลอ่าวไทยและอันดามัน ติดตามข้อมูลข่าวอากาศอย่างใกล้ชิด และร่วมปฏิบัติการและประสานงานกับศูนย์บัญชาเหตุการณ์ประจำจังหวัด
2. หากศูนย์กลางพายุพัดเข้าชายฝั่งจังหวัดใดให้ออกประกาศสำนักงานแจ้งงดการเดินเรือ และแจ้งให้เรือจอดในบริเวณที่กำบังคลื่นและลม และให้รวมถึงจังหวัดที่ติดต่อกันด้วย เช่นพายุเข้าสุราษฎร์ธานี ให้นครและชุมพร ออกประกาศเช่นเดียวกับสุราษฎร์ธานี
3. สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ (สปว.) ตั้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำจท.เฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ปกติ
4. ศูนย์ควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเลกรมเจ้าท่า (ศจป.) และ สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ (สปว.) เตรียมความพร้อมเรือตรวจการณ์ 130 ฟุต ที่ท่าเรือประจวบ และ 80 ฟุต ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ในการปฏิบัติการรองรับการเผชิญเหตุ
5. ประกาศ กรมเจ้าท่า แจ้งเตือน ฉบับที่ 2/2562 ที่ออกประกาศ เมื่อวันที่ 2 มค. 2562 ณ เวลา 21.30 น.และแผนรองรับสถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

มาตรการทางอากาศ

กรมท่าอากาศยาน (ทย.)
1. ท่าอากาศยานทางภาคใต้ติดตามข่าวอากาศและรายงานให้ส่วนกลางทราบเป็นระยะ
2. หากมีผลกระทบต่อเที่ยวบินที่จะทำการขึ้นลงจะหารือกับสายการบินนั้น ๆ เพื่อปรับเที่ยวบินหรือยกเลิกตามความเหมาะสม
3. ประสานงานกับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น รถยกสูง หรือ เรือลำเลียงพร้อมที่จะลำเลียงออกนอกพื้นที่
4. กรณีออกนอกพื้นที่ไม่ได้ จะปรับพื้นที่อาคารให้เป็นที่รองรับเพื่อพักอาศัยชั่วคราว โดยประสานกับจังหวัดเพื่อเตรียมเสบียงรองรับ
5. ประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อพร้อมที่จะช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.)
1. ติดตามสถานการณ์และข่าวอากาศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
2. แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทให้เตรียมรับมือกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
3. กรณีที่ผลกระทบต่อเที่ยวบินอาจมีการยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนเวลาการเดินทางของเที่ยวบินต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ปัจจุบันกรณีพายุ “ปาบึก” ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด (บทม.)
1. ติดตามสถานการณ์และข่าวอากาศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับสถานีต่างๆในจังหวัดภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุ
2. แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทให้เตรียมรับมือกรณีมีเหตุฉุกเฉิน และให้ปฏิบ้ติตามมาตรการฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด
3. ให้รายงานเหตุการณ์ที่อาจนำมาสู่ภาวะอันตรายให้แก่หัวหน่วยของตนเองและฝ่ายความปลอดภัยและความมั่นคงการบิน โดยเร็วที่สุด
4. กรณีที่ผลกระทบต่อเที่ยวบินอาจมีการยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนเวลาการเดินทางของเที่ยวบินต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด จะมีการแจ้งเตือนให้ ผู้โดยสารรับทราบและดูแล ผู้โดยสาร ตามนโยบายของ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ต่อไป
ปัจจุบันกรณีพายุ “ปาบึก” ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทาง บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด แต่มีการเฝ้าติดตามสถานการณือย่างใกล้ชิด

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
ทอท. เตรียมความพร้อม/มาตรการรองรับกรณีเกิดพายุ “ปาบึก” ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศระหว่างวันที่ 3 – 5 ม.ค.62 จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก นั้น ทอท. ได้มีการประชุมหารือกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้
1. การเตรียมการในส่วนของ ทอท.
1.1 ด้านการบำรุงรักษา
1.1.1 ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของรางระบายน้ำโดยรอบ รวมทั้งเตรียมการระบายน้ำเพื่อมิให้ท่วมขังในเขต Airside และเพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่ง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีน้ำท่วมขังให้ประสานศูนย์บรรเทาและป้องกันสาธารณภัย เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ทั้งนี้ ทอท.จะพิจารณาจุดตั้งเครื่องสูบน้ำมิให้กระทบต่อชุมชนรอบข้าง
1.1.2 ตรวจสอบระบบไฟฟ้า (สำรอง) และระบบสื่อสารภายในอาคารผู้โดยสาร ให้สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
1.1.3 เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคภายในอาคารผู้โดยสาร
1.1.4 จัดเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนหากได้รับการร้องขอ
1.2 ด้านเขตการบิน
1.2.1 ประสานหน่วยงาน/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือเตรียมการ/ดำเนินการ อาทิ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, กองบิน, อุตุนิยมวิทยา และบริษัท สายการบิน/ผู้ให้บริการภาคพื้น เป็นต้น เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม/ดำเนินการของแต่ละหน่วยงาน พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังและรับทราบข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
1.2.2 จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งสายการบินทราบข้อมูล เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาสนามบินก่อนเวลาเที่ยวบินขาออก 2 – 3 ชั่วโมง
1.2.3 ประสานสายการบินในการจอดและจัดเก็บอุปกรณ์ภาคพื้นที่อาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่ออากาศยาน พร้อมทั้งตรวจสอบอากาศยานขนาดเล็กและอุปกรณ์ภาคพื้นต่าง ๆ ให้มีการยึดโยง เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
1.2.4 ทดสอบความพร้อมของระบบแจ้งเตือนหากเกิดสภาพอากาศเลวร้าย : Adverse Weather และสภาวะทัศนวิสัยต่ำ : Low Visibility ให้มีความพร้อมใช้งาน
1.2.5 เพิ่มความถี่ในการตรวจระบบส่องสว่างภายในพื้นที่ Airside และระบบไฟนำร่องบนทางวิ่ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่ออากาศยานที่ทำการลงจอด ณ ท่าอากาศยาน
1.2.6 ประสานศูนย์ควบคุมการบินเพื่อดำเนินการจัดหลุมจอดอากาศยานเพื่อให้เกิดความเพียงพอในช่วงเวลาเร่งด่วน
1.2.7 ในกรณีที่ระบบ FIDS : Flight Information Display System ณ ห้องบริการ เที่ยวบินเกิดขัดข้อง เจ้าหน้าที่จะทำการประสานกับหอบังคับการบิน เพื่อประสานขอรายละเอียดข้อมูลของเที่ยวบินในการขึ้นลง รวมถึงเวลาของเที่ยวบินที่กำหนดลงจอด จากนั้นจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยานทั้งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อสำหรับการให้บริการข้อมูลที่ถูกต้อง แก่ผู้โดยสารต่อไป
1.3 ด้านการรักษาความปลอดภัย
จัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้การสนับสนุนกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้อง
1.4 ด้านการดับเพลิงและกู้ภัย
1.4.1 เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย รถดับเพลิงอากาศยาน รถดับเพลิงอาคาร และอุปกรณ์กู้ภัยต่าง ๆ เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงเขตอากาศยานอุบัติเหตุและพร้อมปฏิบัติการดับเพลิงใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 นาที ตามมาตรฐาน ICAO ตลอด 24 ชั่วโมง
1.4.2 จัดเตรียมกำลังพลเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ได้รับการร้องขอ
1.5 ด้านกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์
ประสานหน่วยงานภายนอกเพื่อติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ พร้อมทั้งจัดเตรียมข้อมูลเพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของ ทอท.ให้ผู้บริหารและสื่อมวลชนรับทราบ
1.6 ด้านการท่าอากาศยาน (ภายในอาคารผู้โดยสาร)
1.6.1 ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวโดยมีการบูรณาการร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธร และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ณ ห้องโถงเช็คอินผู้โดยสารขาออก อาคารผู้โดยสาร เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “ปาบึก”
1.6.2 จัดเจ้าหน้าที่บริการเชิงรุกเพื่อให้บริการผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน
2. ให้ผู้ปฏิบัติงานเวร/งานกะ ทุกตำแหน่งของส่วนงาน ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ อย่างใกล้ชิด พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร โดยให้เจ้าหน้าที่ ห้อง CCTV แจ้งข่าวกรณีฉุกเฉินและให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ชี้แจงผู้โดยสาร/ผู้มาใช้บริการท่าอากาศยาน
3. หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการประสานงาน
ท่าอากาศยานภูเก็ต
ศูนย์ CCTV 0-7635-1114
ประชาสัมพันธ์ 0-7635-1122, 0-7635-2302
พิธีการบิน 0-7635-2312, 0-7635-2313
กรมอุตุนิยมวิทยา 0-7635-1117, 0-7632-7346
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ศูนย์ CCTV 0-7422-7010 – 1 และ 0-7422-7777
ประชาสัมพันธ์ 0-7422-7000 – 3
พิธีการบิน 0-7422-7006 – 7
กรมอุตุนิยมวิทยา 0-7422-7226

มาตรการทางราง
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

ได้กำหนดมาตรการการดำเนินงานแยกตามจุดเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมทางขาด ได้แก่
1. เส้นทางสายหลัก บริเวณบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณสถานีปากคลอง จ.พัทลุง หากพบว่าน้ำท่วมทางขาด และประเมินแล้วว่าต้องปิดทางเป็นเวลานาน
1.1 สำหรับขบวนรถเที่ยวออกจากกรุงเทพ หากพบว่าบริเวณบางสะพานน้อยน้ำท่วมทางขาด จะทำขบวนกลับต้นทางกรุงเทพ
1.2 สำหรับขบวนรถเที่ยวออกจากต้นทางกรุงเทพ หากพบว่าทางขาด/ปิดทางสายหลักบริเวณสถานี ปากคลอง จ.พัทลุง จะพิจารณาขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ไปยังสถานีหาดใหญ่ และขนส่งผู้โดยสารเดินทางต่อไปยังปลายทาง (ยะลา/สุไหงโกลก) ด้วยรถไฟ
1.3 สำหรับขบวนรถจากทางใต้เข้ากรุงเทพ (ต้นทางสุไหงโกลก/ยะลา/หาดใหญ่) หากจุดเสี่ยงบริเวณสถานีปากคลอง จ.พัทลุง น้ำท่วมทางขาด จะทำขบวนรถกลับต้นทาง
1.4 ขบวนรถจากทางใต้เข้ากรุงเทพ หากพบว่าน้ำท่วม/ปิดทางบริเวณบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะพิจารณาขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์เข้ากรุงเทพ
2. น้ำท่วมในเส้นทางรถไฟสายทางแยกระหว่างสถานีชุมทางเขาชุมทอง – นครศรีธรรมราช สำหรับขบวนรถที่ 173/174/85/86 (กรุงเทพ – นครศรีธรรมราช – กรุงเทพ) ขบวนรถเดินปลายทาง/ต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง ขนถ่ายผู้โดยสารไป/กลับระหว่างทุ่งสง – นครศรีธรรมราช ทางรถยนต์
3. จุดเสี่ยงสถานีที่วังในสายทางแยกชุมทางทุ่งสง – ตรัง/กันตัง สำหรับขบวนรถที่ 83/84/167/168 (กรุงเทพ – ตรัง/กันตัง – กรุงเทพ) ขบวนรถเดินปลายทาง/ต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ไปกลับระหว่างทุ่งสง – ตรัง/กันตัง – ทุ่งสง
4. เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธาและนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด กับรายงาน สถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมต่อไป

———————————————————

ดาวน์โหลดมาตรการองรับปาบึก